วิธีการนวดรักษาโรค

การนวดกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรค

วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า
รักษาโรคเบื้องต้นด้วยตัวเอง ตอนที่ 2

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคเบื้องต้นด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 จะแนะนำวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหารอักเสบ ไมเกรน หอบหืด ท้องผูกและฮิสทีเรีย
วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
สาเหตุของอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดจากเชื้อไวรัสและการอั้นฉี่เป็นเวลานาน ๆ ก็สามารถทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ การรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณรอยโค้งบนฝ่าเท้าตรงริมเท้าด้านในของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน ควรนวดกดจุดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อาการจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ
สำหรับผู้ที่ใช้เสียงมากเกือบตลอดทั้งวัน หรือเป็นไข้หวัดและมีอาการไอ บ่อย ๆ คุณจะมีโอกาสเสี่ยงที่ต่อมทอนซิลอักเสบ ซึ่งจะเกิดอาการเจ็บคอและมีอาการบวมที่คอทรมานอย่างมาก การรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการเหล่านี้ได้ โดยการนวดกดจุด 2 จุดนี้จะอยู่บริเวณเนินนูนโคนนิ้วเท้า และบริเวณหลังเท้าตรงตำแหน่งระหว่างโคนนิ้วหัวแม่เท้ากับโคนนิ้วชี้ของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นวดตรงจุดนวดทั้ง 2 จุดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10 นาที จากนั้นเปลี่ยนมากดจุดที่สอง นวดวิธีเดียวกันอีกประมาณ 10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ใน 2 ตำแหน่งเดียวกัน อาการต่อมทอนซิลอักเสบจะทุเลาลงได้
วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า บรรเทาโรคตับอักเสบ
โรคตับอักเสบ ถือเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยาก อาการมักจะกำเริบอยู่บ่อย ๆ หากไม่ระมัดระวังในการดูแลรักษาให้ดี อย่างไรก็ดีการรักษาโรคตับอักเสบด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการลงได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณที่นูนใต้โคนนิ้วหัวแม่เท้าของเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งจะส่งผลต่อตับและถุงน้ำดี
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นำมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด และนวดวนในลักษณะตามเข็มนาฬิกา ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน ควรนวดกดจุดเป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการของโรคตับอักเสบลงได้

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

นิ้วชี้ ในวงการแพทย์แผนโบราณและแพทย์จีนเชื่อว่า นิ้วชี้มีความเกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารโดยตรง ความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดกับกระเพาะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ที่มักจะเป็นกันบ่อย ๆ หรืออาการอย่างรุนแรงของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็ง นิ้วชี้จะบ่งบอกถึงความผิดปกติได้ เช่น หากเป็นมะเร็ง นิ้วชี้จะแข็งมากไม่มีความยืดหยุ่น เป็นต้น อย่างไรก็ดีการรักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบและความผิดปกติต่าง ๆ ของกระเพาะอาหาร ด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาและรักษาได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณนิ้วชี้ของเท้าทั้งสองข้าง และหากทำการนวดคลึงเป็นประจำ จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารให้แข็งแรง ทำงานเป็นปกติและจะส่งผลที่ดีต่อสุขภาพของร่างกาย
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของผู้นวด นำมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงนวดคลึงแล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงนวดคลึง ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคไมเกรน
สำหรับผู้ที่มีความเครียดเป็นประจำ โรคไมเกรนมักจะเกิดขึ้นตามมา โดยจะมีอาการปวดหัวข้างเดียว นาน 3-4 ชัวโมง สร้างความทรมานและก่อให้เกิดอาการหงุดหงิดให้แก่คุณ การรักษาโรคไมเกรนด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณปลายนิ้วหัวแม่เท้าของเท้าทั้งสองข้าง หากปวดข้างไหนก็ให้นวดเท้าข้างนั้น
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของผู้นวด นวดคลึงตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดนวดคลึงแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที อาการปวดหัวข้างเดียวจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า ป้องกันโรคหอบหืด
การป้องกันโรคหอบหืดด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถป้องกันได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณกลางฝ่าเท้าในแนวนิ้วชี้กับนิ้วนางของเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับปอดและไต
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นวดคลึงตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดนวดคลึงตามเข็มนาฬิกาแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที จะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจเป็นปกติและหายใจสะดวก ปลอดภัยจากโ รคหอบหืดอย่างแน่นอน
วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาอาการโรคท้องผูก
อาการท้องผูก จะทำให้คุณทั้งหลายถ่ายลำบากและเจ็บทวารหนัก หากเกิดขึ้นบ่อย ๆ เป็นประจำ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นโรคริดสีดวงทวาร การรักษาโรคท้องผูกด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดย 2 จุดนี้จะอยู่บริเวณแนวนิ้วหัวแม่มือเหนือกลางฝ่าเท้าเล็กน้อย และใต้กลางฝ่าเท้าเล็กน้อย ของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นวดตรงจุดนวดทั้ง 2 จุดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10 นาที จากนั้นเปลี่ยนมากดจุดที่สอง นวดวิธีเดียวกันอีกประมาณ 10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ใน 2 ตำแหน่งเดียวกัน จุดที่นวดกดจุดนั้นจะเกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ จะช่วยให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคฮิสทีเรีย
ฮิสทีเรีย หลายคนเข้าใจว่าเป็นอาการของคนที่มีความต้องการทางเพศมากกว่าปกติ แต่ในความจริงแล้วโรคนี้ไม่ได้หมายถึงอาการแบบนี้แบบเดียว มีอีกหลายชนิด การรักษาโรคฮิสทีเรียด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณส้นเท้าของเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นจุดที่ส่งผลต่อมดลูกและรังไข่
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน ควรนวดกดจุดเป็นประจำ อาการจะดีเป็นลำดับและคุณจะไม่ผิดปกติอีกต่อไป

Read More
วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า

วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าเบื้องต้น

วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า
รักษาโรคเบื้องต้นด้วยตัวเอง ตอนที่ 1

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคเบื้องต้นด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 จะแนะนำวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ในการรักษาโรคไข้หวัด โรคไตวาย โรคภูมิแพ้ โรคตับพิการ โรคบิด โรคโลหิตจาง โรคหูตึง โรคความดันโลหิตต่ำ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคที่เกี่ยวกับปอด โรคที่เกี่ยวกับหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี โรคนิ่วในไตและโรคมือเท้าเย็น

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคไข้หวัด

โรคไข้หวัดเป็นโรคที่พบบ่อย คนเป็นหวัดกันง่ายแต่มักจะไม่ร้ายแรงเท่าไรนัก หากเป็นเรื้อรังก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน การรักษาโรคไข้หวัดด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาได้ โรคไข้หวัดจะเกี่ยวข้องกับจุดของจมูกและปอด และจุดนี้จะอยู่บริเวณส่วนเว้าข้างนิ้วหัวแม่เท้าของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้วางลงบริเวณส่วนเว้าข้างนิ้วหัวแม่เท้า ออกแรงกดที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ ค่อย ๆ เพิ่มแรงกดแล้วคลายหรือจะใช้วิธีนวดคลึงก็ได้ ทำติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว จะช่วยให้หายใจสะดวก บรรเทาอาการไข้หวัดได้โดยไม่ต้องรับประทานยาหรือไปพบแพทย์

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคไตวาย

โรคไตวายเป็นโรคที่มีความร้ายแรงมาก เนื่องจากไตมีหน้าที่หลักคือการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย และหากเกิดอาการไตวาย จะทำให้ของเสียและสารพิษจะตกค้างอยู่ในร่างกาย ร่างกายของเราจะอ่อนแอต่อการต้านทานโรคอื่น ๆ ที่จะตามมา การรักษาโรคไตวายด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณตำแหน่งสองส่วนสามของฝ่าเท้าไปทางส้นเท้าและอยู่ในแนวระหว่างนิ้วกลางและนิ้วชี้ของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นำนิ้วมาวางบริเวณดังกล่าว ใช้นิ้วหัวแม่มือนวดกระตุ้น ค่อย ๆ เพิ่มแรงนวดคลึง ทำติดต่อกันประมาณ 20 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปนวดกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว และควรนวดเป็นประจำจะช่วยลดอาการไตวายได้เป็นอย่างดี

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคหูตึง
โรคหูตึงถือเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นอวัยวะต่าง ๆ จะมีประสิทธิภาพลดลง หูก็เช่นกันมักจะมีปัญหาการได้ยินน้อยลง บางครั้งต้องตะโกนดัง ๆ จึงพอจะได้ยิน การรักษาโรคหูตึงด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณโคนนิ้วนางและนิ้วก้อยของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด นำนิ้วมาวางบริเวณโคนนิ้วนางและนิ้วก้อยของเท้า ออกแรงกดที่นิ้วหัวแม่มือสัมผัสจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว จะช่วยให้การได้ยินอาการดีขึ้น

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคความดันโลหิตต่ำ

การรักษาโรคความดันโลหิตต่ำด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการได้ โรคความดันโลหิตต่ำจะเกี่ยวข้องกับจุดของไต และจุดนี้จะอยู่บริเวณกึ่งกลางเท้าของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วชี้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางกลางฝ่าเท้า ให้ข้อต่อกระดูกของนิ้วชี้ที่งอสัมผัสจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว การนวดกดจุดนี้จะช่วยบรรเทาอาการของโรคความดันโลหิตต่ำได้ และจะไม่มีการอาการวิงเวียนศีรษะ ซึ่งเป็นอาการของโรคความดันโลหิตต่ำอีกต่อไป

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบเป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เพราะเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและเกิดอาการหัวใจวายในที่สุด การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถคลายอาการเกร็งของหัวใจและบรรเทาอาการตีบตันของหัวใจ โดยจุดบนเท้าที่มีความเกี่ยวข้องกับหัวใจจะอยู่บริเวณเนินนูนบนฝ่าเท้าบริเวณโคนนิ้วหัวแม่เท้าของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างของผู้นวด กดจุดนวดบริเวณดังกล่าว ส่วนนิ้วที่เหลือให้จับยึดเท้าเอาไว้ ออกแรงกดแล้วคลายและนวดคลึง ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว จะช่วยบรรเทาอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคที่เกี่ยวกับปอด

โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปอด อาทิเช่น ปอดบวม ปอดอักเสบ เป็นต้น การนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการและป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับปอดได้ โดยจุดบนเท้าที่มีความเกี่ยวข้องกับปอดจะอยู่บริเวณใต้ตาตุ่มและหลังข้อเท้าของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้กดจุดนวดบริเวณดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว ควรนวดกดจุดเป็นประจำทุกวัน จะช่วยในการบริหารปอดให้แข็งแรง และไม่มีโรคที่เกี่ยวกับปอดอีกต่อไป

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคที่เกี่ยวกับหัวใจ

นิ้วกลางถือว่ามีความสำคัญอย่างมากนิ้วหนึ่ง เพราะนิ้วนางส่งผลต่อหัวใจโดยตรง แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนจะใช้นิ้วกลางเป็นจุดที่รักษาและบำบัดโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ โรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะโรคหัวใจและเหน็บชาการนวดปละกดจุดนี้บนนิ้วกลางสามารถบรรเทาอาการและรักษาให้หายได้
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้นวดคลึงบริเวณนิ้วกลางของเท้าผู้ถูกนวด นวดคลึงให้ทั่วทั้งนิ้ว ค่อย ๆ เพิ่มแรงคลึง ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว และควรนวดคลึงเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้เลือดหมุนเวียนดีเป็นปกติ

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี

นิ้วนาง แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนถือว่ามีความสัมพันธ์กับถุงน้ำดีโดยตรง และใช้รักษาโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดีได้เป็นอย่างดี ความผิดปกติที่เกิดกับนิ้วนาง จะแสดงให้เห็นว่าบุคคลนั้นมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี เช่น หากเป็นโรคบิด โรคริดสีดวงทวาร นิ้วนางจะอ่อนนิ่มไม่มีแรง เป็นต้น
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้นวดคลึงบริเวณนิ้วนางของเท้าผู้ถูกนวด นวดคลึงให้ทั่วทั้งนิ้ว ค่อย ๆ เพิ่มแรงคลึง ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว และควรนวดคลึงเป็นประจำทุกวัน จะสามารถป้องกันโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดีได้

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคนิ่วในไต

นิ่วในไต เป็นลักษณะของโรคที่มีแคลเซียมมาเกาะอยู่ในไตมากเกินไป จนเป็นก้อนแข็งและส่งผลต่อการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทำให้ร่างกายอ่อนแอลง จุดนวดที่จะช่วยลดอาการนิ่วในไตได้ก็คือนิ้วก้อยเท้า
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้นวดคลึงบริเวณนิ้วก้อยเท้าของผู้ถูกนวด นวดคลึงให้ทั่วทั้งนิ้ว ค่อย ๆ เพิ่มแรงคลึง ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปนวดกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว และควรนวดคลึงเป็นประจำทุกวัน จะเป็นการช่วยลดปริมาณแคลเซียมในไตลงได้และยังเป็นการช่วยบริหารไตอีกทางหนึ่งด้วย

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคมือเท้าเย็น
วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคมือเท้าเย็น
โรคมือเท้าเย็นเกิดจากการไหลเวียนของโลหิตไปยังอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะมือและเท้าไม่ทั้วถึง ไหลเวียนไม่ปกติ การรักษาโรคมือเท้าเย็นด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณกลางฝ่าเท้าแนวเดียวกับนิ้วนางของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน อาการของโรคมือเท้าเย็นจะหายไปและหากได้นวดกดจุดเป็นประจำอาการของโรคมือเท้าเย็นก็จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ถือเป็นโรคที่รักษายากเพราะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการที่แตกต่างกัน เช่น บางคนอาจแพ้ฝุ่น แพ้ยา แพ้อากาศ ฯลฯ การรักษาโรคภูมิแพ้ด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการได้ โรคภูมิแพ้จะเกี่ยวข้องกับต่อมไต เพราะต่อมนี้จะผลิตสารที่ป้องกันอาการภูมิแพ้ และจุดนี้จะอยู่ตรงกลางท้องนิ้วหัวแม่เท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงกลางท้องนิ้วหัวแม่เท้า ให้ข้อต่อกระดูกของนิ้วที่งอสัมผัสจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว อาการของโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ จะดีขึ้น

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคตับพิการ

ตับเป็นอวัยวะที่สะสมสารอาหารที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย เมื่อตับพิการหรือไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเรา การรักษาโรคตับพิการด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า จะช่วยบริหารตับและทำให้อาการตับพิการดีขึ้นได้ โดยจุดบนเท้าที่มีความเกี่ยวข้องกับตับจะอยู่ประมาณ 1 ส่วน 3 ของเท้าจากปลายเท้าและอยู่ในแนวนิ้วนางของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวด กดจุดนวดบริเวณดังกล่าว ส่วนนิ้วที่เหลือให้จับยึดเท้าเอาไว้ ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งดังกล่าว หากทำเป็นประจำทุกวันอาการตับพิการจะดีขึ้นตามลำดับ

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคบิด

บิด ถือเป็นอาการที่คุณจะทรมานมากเพราะจะปวดท้องมากและท้องเสียอีกด้วย การรักษาโรคบิดด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถบรรเทาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณใต้นิ้วชี้ของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน ขณะที่กดจุดคุณจะรู้สึกปวดท้องมากให้อดทนไว้ เพราะจะปวดมากในตอนแรก ๆ แต่อาการจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

วิธีการนวดและกดจุดฝ่าเท้า รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

สาเหตุของอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบเกิดจากเชื้อไวรัสและการอั้นฉี่เป็นเวลานาน ๆ ก็สามารถทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ การรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบด้วยวิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้าสามารถรักษาอาการได้ โดยจุดนี้จะอยู่บริเวณรอยโค้งบนฝ่าเท้าตรงริมเท้าด้านในของเท้าทั้งสองข้าง
• วิธีการนวดกดจุดฝ่าเท้า ให้งอนิ้วมือนิ้วใดก็ได้ของผู้นวด จากนั้นนำนิ้วมาวางตรงจุดนวดดังกล่าว ออกแรงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาติดต่อกันประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงเปลี่ยนไปกดจุดเท้าอีกข้างหนึ่ง ในตำแหน่งเดียวกัน ควรนวดกดจุดสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อาการจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

Read More
วิธีการนวดแขนและมือ

19 ท่านวดแขนและมือขั้นพื้นฐาน

19 ท่านวดแขนและมือขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ท่าสับแขน ท่ากดแขน ท่าบีบแขน ท่าบีบยกแขนส่วนล่าง ท่าบีบยกแขนส่วนบน ท่าบิดแขน ท่าคลึงแขนส่วนบน ท่าคลึงแขนส่วนล่าง ท่าลูบแขน ท่าลูบและคลึงนิ้วมือ ท่าลูบและคลึงด้านหลังมือ ท่าคลึงข้อมือ ท่าคลึงฝ่ามือ ท่ากดฝ่ามือ ท่ากดข้อมือ ท่าดัดแขน ท่ากดรักแร้และท่าดึงแขน

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน
“นวดแขนและมือ”

เรียนรู้และฝึกฝนได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายด้วย 19 ท่านวดแขนและมือขั้นพื้นฐาน ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ลดอาการเคล็ดขัดยอก ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น มีผลต่อผิวพรรณช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสและผ่อนคลายความเครียด

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 1 “สับแขน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ หงายฝ่ามือขึ้นเหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางไว้ที่ไหล่ขวา ให้มือทั้งสองข้างตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนสันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือทีละข้างจากไหล่จนถึงข้อมือโดยสับขวางกล้ามเนื้อ ทำสลับไปมาจากไหล่จนถึงข้อมือแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 2 “กดแขน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ หงายฝ่ามือขึ้นเหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างบนแขนซ้ายของผู้ถูกนวด โดยให้สันมือวางอยู่ที่แขนด้านใน กดน้ำหนักลงที่สันมือ โดยเริ่มจากกดเบาๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการกด กดแล้วคลาย ทำสลับไปมาจากข้อมือจนถึงไหล่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 3 “บีบแขน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ วางฝ่ามือตั้งขึ้นเหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือทั้งสองลงที่ข้อมือขวาของผู้ถูกนวด โดยให้นิ้วทั้งสี่อยู่ที่แขนด้านใน และนิ้วหัวแม่มืออยู่ที่แขนด้านนอก บีบกล้ามเนื้อโดยกดน้ำหนักลงทุกนิ้ว เริ่มบีบจากข้อมือจนถึงไหล่ โดยเริ่มจากบีบเบาๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการบีบ บีบแล้วคลาย ทำสลับไปมาจากข้อมือจนถึงไหล่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 4 “บีบยกแขนส่วนล่าง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนส่วนล่าง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ หงายฝ่ามือขึ้นเหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวาของผู้ถูกนวด ใช้มือขวาวางลงที่ข้อพับด้านในข้อศอก บีบกล้ามเนื้อโดยกดน้ำหนักลงทุกนิ้ว เริ่มบีบจากข้อพับด้านในจนถึงข้อมือ โดยเริ่มจากบีบเบาๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการบีบ บีบแล้วคลาย ทำสลับไปมาจากข้อพับด้านในจนถึงข้อมือแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 5 “บีบยกแขนส่วนบน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนส่วนบน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ หงายฝ่ามือขึ้นเหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่ต้นแขนขวาของผู้ถูกนวดแล้วบีบกล้ามเนื้อโดยกดน้ำหนักลงทุกนิ้ว เริ่มบีบจากกล้ามเนื้อต้นแขนจนถึงข้อศอก โดยเริ่มจากบีบเบาๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการบีบ บีบแล้วคลาย ทำสลับไปมาจากกล้ามเนื้อต้นแขนจนถึงข้อศอกแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 6 “บิดแขน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนส่วนบน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ ปล่อยแขนตามสบาย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่ต้นแขนขวาของผู้ถูกนวด โดยใช้หัวแม่มือทั้งสองกดลงที่ท้องแขนด้านใน อีกสี่นิ้วที่เหลือจับแขนด้านนอก ให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองอยู่ชิดกัน บิดนิ้วหัวแม่มือซ้ายลงและนิ้วหัวแม่มือขวาบิดขึ้น ทำสลับไปมาตั้งแต่ต้นแขนจนถึงข้อมือ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 7 “คลึงแขนส่วนบน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไหล่และแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตรง ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่ต้นแขนขวาของผู้ถูกนวด โดยมือซ้ายจับที่กล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า มือขวาจับที่ต้นแขนด้านใน (รักแร้) คลึงไล่ลงมาจนถึงข้อศอก ทำสลับไปมาตั้งแต่ต้นแขนจนถึงข้อศอก แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 8 “คลึงแขนส่วนล่าง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ ปล่อยแขนตามสบาย ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวาของผู้ถูกนวด มือขวาจับที่กล้ามเนื้อด้านนอกของข้อศอก โดยทำมือเป็นรูปตัวซี (C) ให้หลังมือและเนินมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด กลิ้งมือรูปตัวซีจากข้อศอกจนถึงข้อมือ ออกแรงกดโดยการเกร็งข้อมือที่ใช้นวด ทำสลับไปมาตั้งแต่ข้อศอกจนถึงข้อมือ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 9 “ลูบแขน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตรง ผู้นวดวางมือทั้งสองลงบนต้นแขนขวาของผู้ถูนวด โดยกางมือออกเป็นรูปตัววี (V) ให้มือทั้งสองข้างโอบรอบต้นแขน ลูบจากต้นแขนไล่ลงมาจนถึงปลายนิ้ว โดยออกแรงเบา ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักการลูบให้มากขึ้น ทำสลับไปมาตั้งแต่ต้นแขนจนถึงปลายนิ้ว แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 10 “ลูบและคลึงนิ้วมือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมือ ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วมือ
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบายและคว่ำฝ่ามือลง ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่นิ้วก้อยแขนขวาของผู้ถูกนวดแล้ว ใช้มือขวาจับที่นิ้วหัวแม่มือของผู้ถูกนวด ลูบจากโคนนิ้วจนถึงปลายนิ้ว ขณะที่ลูบให้ใช้นิ้วหัวแม่มือของผู้นวดคลึงที่นิ้วของผู้ถูนวด ลูบและคลึงจนครบทุกนิ้ว ส่วนนิ้วนางและนิ้วก้อยของผู้ถูกนวดให้ใช้มือซ้ายของผู้นวด ลูบและคลึง ทำสลับไปมาให้ครบทุกนิ้วแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 11 “ลูบและคลึงด้านหลังมือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมือ ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วมือ
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบายและคว่ำฝ่ามือลง ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายและขวาลูบไล่ลงมาตามร่องกระดูกมือขวาที่อยู่ระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของผู้ถูกนวด โดยลูบจากฝ่ามือลงไปจนถึงข้อมือ ออกแรงกดแล้วคลึงกลับขึ้นมาถึงโคนนิ้ว ลูบลงไปแล้วคลึงขึ้นมาใหม่ แล้วเปลี่ยนไปนวดที่ร่องกระดูกแนวถัดไปที่อยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางและนิ้วกลางกับนิ้วนาง ลูบและคลึงในลักษณะเดียวกัน ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 12 “คลึงข้อมือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อข้อมือ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากข้อมือแพลง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบายและคว่ำฝ่ามือลง ผู้นวดใช้มือทั้งสองจับที่ข้อมือขวาของผู้ถูกนวด โดยวางนิ้วหัวแม่มือไว้ที่ข้อมือด้านบน ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองคลึงเป็นวงกลมในร่องข้อต่อระหว่างปลายกระดูกแขนรอบข้อมือและกระดูกมือ ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 13 “คลึงฝ่ามือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมือ ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วมือ
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบายและหงายฝ่ามือขึ้น ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายและขวาออกแรงกดแล้วหมุนนิ้วเป็นก้นหอยบริเวณเนินฝ่ามือใต้ข้อมือเล็กน้อย แล้วลูบไล่ลงมาตามร่องกระดูกมือขวาที่อยู่ระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางและนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ของผู้ถูกนวด โดยลูบจากฝ่ามือลงไปจนถึงโคนข้อนิ้วมือ ออกแรงกดแล้วหมุนนิ้วเป็นก้นหอย แล้วคลึงกลับขึ้นมาถึงข้อมือ แล้วเปลี่ยนไปนวดที่ร่องกระดูกแนวถัดไปที่อยู่ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลางและนิ้วกลางกับนิ้วนาง กด ลูบและคลึงในลักษณะเดียวกัน ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 14 “กดฝ่ามือ”

ช่วยยืดกล้ามเนื้อมือ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อมือ
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ ให้แขนของผู้ถูกนวดงอข้อศอกตั้งเป็นมุมฉากหงายฝ่ามือขึ้น ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับมือผู้ถูกนวดไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงบนเนินมือทั้งสองข้าง กดน้ำหนักลงให้ฝ่ามือของผู้ถูกนวดกางออกและตึงกดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักในการกด ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 15 “กดมือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยแขน ข้อศอกและไหล่ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณแขนได้ดีขึ้น
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบาย ผู้นวดใช้มือซ้ายจับข้อมือขวาของผู้ถูกนวดไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือขวากดลงจุดกึ่งกลางระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ที่เป็นง่ามมือบนเนินมือทั้งสองข้าง กดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักในการกด ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 16 “กดข้อมือ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยแขน ข้อศอกและไหล่ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณแขนได้ดีขึ้น
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ เหยียดแขนตามสบาย ผู้นวดใช้มือซ้ายจับข้อมือขวาของผู้ถูกนวด ส่วนมือขวาจับฝ่ามือของผู้ถูกนวดไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายของผู้นวดกดลงที่ปลายแขนห่างจากข้อมือด้านบนประมาณ 1 นิ้ว กดแล้วคลาย ค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนักในการกด ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

หมายเหตุ- ท่าที่ 1-16 ให้เริ่มต้นนวดที่แขนข้างขวาของผู้ถูกนวดก่อน นวดจนครบทุกท่าแล้วจึงเริ่มต้นท่าที่ 1 ใหม่ที่แขนซ้ายของผู้ถูกนวด

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดแขนและมือ
ท่าที่ 17 “ดัดแขน”
ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกกล้ามเนื้อไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้นวดใช้มือขวาจับที่ไหล่ขวาของผู้ถูกนวด มือซ้ายของผู้นวดจับที่ข้อมือขวาของผู้ถูกนวด ไขว้แขนผู้ถูกนวดมาไว้ด้านหลัง ออกแรงดึงเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มแรงดึงมากขึ้นแล้วคลายมือ ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนมาทำแขนข้างซ้าย

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 18 “กดรักแร้”

ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้และปล่อยแขนตามสบาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือขวาวางที่ร่องรักแร้ด้านหน้า และวางนิ้วหัวแม่มือซ้ายที่ร่องรักแร้ด้านหลัง ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างกดดันเข้าหาไหล่ โดยเริ่มกดเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มแรงกดมากขึ้น กดแล้วคลาย ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนมาทำที่รักแร้ด้านซ้าย

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดแขนและมือ” ท่าที่ 19 “ดึงแขน”

ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้และปล่อยแขนตามสบาย ผู้นวดยืนอยู่ด้านหลังของผู้ถูกนวด ผู้นวดใช้มือขวาจับที่ไหล่ขวาของผู้ถูกนวด มือซ้ายจับแขนขวาของผู้ถูกนวดมาวางบนไหล่ซ้ายของผู้ถูกนวด ดึงแขนขวาของผู้ถูกนวดมาทางด้านหลัง ออกแรงดึงเบา ๆ แล้วค่อยเพิ่มแรงดึงมากขึ้น ดึงแล้วปล่อย ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนมาทำที่แขนด้านซ้าย

Read More
วิธีการนวดเอวและหลัง

14 ท่านวดเอวและหลัง

14 ท่านวดเอวและหลัง ได้แก่ ท่าลูบข้างลำตัว ท่าลูบแนวกระดูกสันหลัง ท่าลูบกล้ามเนื้อหลัง ท่าคลึงกล้ามเนื้อหลัง ท่าคลึงแนวกระดูกสันหลัง ท่าแยกกล้ามเนื้อหลัง ท่าบิดกล้ามเนื้อปีก ท่าลูบเอว ท่าบิดเอว ท่าดัดสะโพก ท่าสับหลังแนวกระดูกสันหลัง ท่าสับหลังแนวขวางกระดูกสันหลัง ท่าปรบมือที่หลังและท่ายืดและดึงหลัง

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน
“นวดเอวและหลัง”

เรียนรู้และฝึกฝนได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดายด้วย 14 ท่านวดเอวและหลัง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ลดอาการเคล็ดขัดยอก ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลของฮอร์โมน กระตุ้นให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้นและผ่อนคลายความเครียด เพื่อสุขภาพที่ดีและอารมณ์ดี

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 1 “ลูบข้างลำตัว”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อยผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางไว้ข้างลำตัวของผู้ถูกนวดบริเวณช่วงเอว ให้นิ้วทั้งสี่อยู่ด้านข้างลำตัว นิ้วหัวแม่มือวางบนแผ่นหลัง ลูบจากเอว ขึ้นไปจนถึงใต้รักแร้ ลูบขึ้นไปอย่างช้า ๆ ออกแรงกดที่มือทั้งสองข้าง ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 2 “ลูบแนวกระดูกสันหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนกระดูกสันหลังของผู้ถูกนวดบริเวณก้นกบ ใช้ปลายนิ้วทั้งสี่ (นิ้วหัวแม่มือ) สัมผัสกับส่วนที่นวด ลูบจากก้นกบ ขึ้นไปจนถึงท้ายทอย ลูบขึ้นไปอย่างช้า ๆ ออกแรงกดที่ปลายนิ้วทั้งสี่ทั้งสองข้าง ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 3 “ลูบกล้ามเนื้อหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนหลังของผู้ถูกนวดบริเวณท้ายทอย ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ใกล้กับแนวกระดูกสันหลังห่างออกมาเล็กน้อย นิ้วทั้วสี่อยู่กลางหลังนิ้วชิดกัน ลูบจากท้ายทอยลงไปจนถึงก้นกบ ลูบลงไปอย่างช้า ๆ ออกแรงกดที่มือทั้งสองข้าง ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 4 “คลึงกล้ามเนื้อหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดกางมือทั้งสองข้างออกให้กว้างที่สุด แล้ววางลงบนท้ายทอย ใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงจากท้ายทอยลงมาตามแนวกล้ามเนื้อหลังจนถึงก้นกบให้กดน้ำหนักลงที่นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้าง คลึงจากท้ายทอยลงไปจนถึงก้นกบ คลึงลงไปอย่างช้า ๆ ทำสลับไปมาจากท้ายทอยลงไปจนถึงก้นกบแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 5 “คลึงแนวกระดูกสันหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ-หลัง ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนท้ายทอย ให้มือทั้งสองตั้งขึ้นนิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน ใช้มือทั้งสองคลึงจากท้ายทอยลงมาตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงก้นกบให้ออกแรงกดโดยเหยียดข้อศอกให้ตรง เมื่อถึงก้นกบให้ลดแรงกด คลึงลงไปอย่างช้า ๆ ทำสลับไปมาจากท้ายทอยลงไปจนถึงก้นกบแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 6 “แยกกล้ามเนื้อหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั้งสองข้างของกระดูกสันหลัง
ช่วยยึดกล้ามเนื้อและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดวางนิ้วมือทั้งสี่ให้อยู่ที่เอวด้านซ้ายใกล้กระดูกสันหลังบีบกล้ามเนื้อบริเวณเอว โดยใช้นิ้วหัวแม่มือบีบเข้าหานิ้วทั้งสี่ บีบกล้ามเนื้อจากเอวมาจนถึงท้ายทอยตามแนวกระดูกสันหลัง ทำสลับไปมาจากเอวจนไปถึงท้ายทอยแล้วจึงเปลี่ยนไปบีบเอวด้านขวา ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 7 “บิดกล้ามเนื้อปีก”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไหล่และหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดวางมือทั้งสองข้างบนกล้ามเนื้อปีกด้านซ้าย โดยให้นิ้วทั้งสี่อยู่ด้านบน นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านล่าง บีบแรง ๆ แล้วบิดกล้ามเนื้อขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วคลายทำสลับกันไป แล้วจึงเปลี่ยนไปบิดกล้ามเนื้อปีกด้านขวาต่อไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 8 “ลูบเอว”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณเอวและหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้เนินฝ่ามือวางไขว้ให้ข้อมือหันเข้าหากันแล้ววางลงบนสะบักของผู้ถูกนวด ออกแรงกดแล้วลูบไปด้านตรงข้าม กดแล้วลูบกลับมาตำแหน่งเดิม ทำไล่ตั้งแต่บริเวณเอวจนถึงใต้รักแร้ สลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 9 “บิดเอว”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณท้องและช่วยลดไขมันบริเวณเอว
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดวางมือทั้งสองข้างลงบนเอวด้านขวาของผู้ถูกนวด โดยให้นิ้วทั้งสี่แยกออกจากนิ้วหัวแม่มือ บีบกล้ามเนื้อบริเวณเอวให้แน่นแล้วบิดกล้ามเนื้อเอวไปมา โดยเริ่มบิดจากส่วนเอวจนถึงสะโพก บิดแล้วคลายทำสลับกันไป แล้วจึงเปลี่ยนไปบิดเอวด้านซ้ายต่อไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 10 “ดัดสะโพก”

ช่วยยืดกล้ามเนื้อและผ่อนคลายกล้ามเนื้อสะโพก
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือซ้ายกดลงที่กระดูกสันหลังด้านล่างเอวเล็กน้อย มือขวาจับขาซ้ายของผู้ถูกนวดบริเวณเหนือหัวเข่าเล็กน้อย ให้ขาซ้ายของผู้ถูกนวดพาดลงบนข้อศอกขวาของผู้นวด ให้ดึงต้นขาของผู้ถูกนวดให้เหยียดไปทางด้านหลังและมือซ้ายกดลงที่กระดูกสันหลังด้านล่างเอว โดยให้ขาชี้ขึ้นจนลำตัวช่วงหลังแอ่นขึ้น โดยเริ่มดัดเบา ๆ ก่อนแล้วจึงค่อนเพิ่มแรงดัด ดัดแล้วคลายทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนไปดัดสะโพกด้านขวาต่อไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 11 “สับหลังแนวกระดูกสันหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนท้ายทอย ให้มือทั้งสิงตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน สันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือทั้งสองข้างสลับกันไป จากท้ายทอยมาที่ไหล่ แล้วย้อนมาที่กลางหลังและให้สับลงมาตามแนวกระดูกสันหลังจนถึงก้นกบ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 12 “สับหลังแนวขวางกระดูกสันหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางลงบนท้ายทอย ให้มือทั้งสิงตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน สันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือทั้งสองข้างสลับกันไป จากก้นกบมาจนถึงท้ายทอยโดยสับขวางแนวกระดูกสันหลัง แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 13 “ปรบมือที่หลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณหลัง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำหน้าราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนรองใต้หน้าอก กางแขนออกเล็กน้อย ผู้นวดวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ของผู้ถูกนวด โดยทำมือเป็นรูปสามเหลี่ยมพีระมิด ให้นิ้วทั้งสี่วางชิดกันกับนิ้วหัวแม่มือ ปรบมือบริเวณไหล่ผ่านหลังไปจนถึงก้นกบ ปรบมือสลับไปมา เวลาปรบจะมีเสียงเหมือนเสียงปรบมือ แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดเอวและหลัง” ท่าที่ 14 “ยืดและดึงหลัง”

ช่วยยืดกล้ามเนื้อและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและสะโพก
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ วางแขนของผู้ถูกนวดขนานกับลำตัว ผู้นวดจับขาทั้งสองข้างของผู้ถูกนวด งอและพับขึ้นมาวางที่บนลำตัวดันเข่าให้ชิดกันมากที่สุด โดยเริ่มกดเบา ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงกด กดแล้วคลายทำสลับไปมาสักครู่

Read More
วิธีการนวดขา

18 ท่านวดขาและเท้าขั้นพื้นฐาน

18 ท่านวดขาและเท้าขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ท่าลูบเท้า ท่าคลึงเท้า ท่าลูบและคลึงเท้า ท่าคลึงข้อเท้า ท่าบิดเท้า ท่าดึงเท้า ท่าดึงนิ้วเท้า ท่ากดนิ้วเท้า ท่าดัดนิ้วเท้า ท่าสับขาส่วนล่าง ท่าสับขาส่วนบน ท่าคลึงขาส่วนล่าง ท่าคลึงหัวเข่า ท่าคลึงต้นขา ท่าบิดต้นขาด้านใน ท่าบิดต้นขาด้านนอก ท่ากดข้อเท้าและท่ากดขา

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน
“นวดขาและเท้า”

เรียนรู้และฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง 18 ท่า นวดขาและเท้าขั้นพื้นฐาน ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เคล็ดขัดยอกและผ่อนคลายความเครียด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ปรับสมดุลของฮอร์โมนและกระตุ้นให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 1 “ลูบเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วเท้า ข้อเท้า ส้นเท้า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย หรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้มือทั้งสองประสานกันไว้ โดยให้มือซ้ายอยู่บนปลายนิ้วเท้าด้านบนใกล้ข้อเท้าขวาของผู้ถูกนวด มือขวาอยู่ใต้ปลายนิ้วเท้าด้านล่างใกล้ส้นเท้า ลูบขึ้นไปอย่างช้า ๆ ออกแรงกดและลูบสม่ำเสมอ ลูบจากส้นเท้าและข้อเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงปลายนิ้วเท้า ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 2 “คลึงเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อฝ่าเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วเท้า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย หรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้มือทั้งสองประสานกันไว้ โดยให้มือซ้ายอยู่บนหลังเท้าด้านขวาของผู้ถูกนวด มือขวาอยู่ใต้ฝ่าเท้า โดยออกแรงคลึงอย่างสม่ำเสมอ ให้คลึงขึ้นลงจนทั่วเท้า ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 3 “ลูบและคลึงเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อนิ้วเท้า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย หรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองลูบไล่ลงมาตามร่องกระดูกเท้าด้านขวาของผู้ถูกนวด ที่อยู่ระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางและนิ้วหัวแม่เท้ากับนิ้วชี้ โดยลูบขึ้นไปจนถึงข้อเท้า ออกแรงกดสม่ำเสมอ แล้วให้คลึงกลับลงมาถึงโคนนิ้วเท้า ลูบขึ้นไปแล้วคลึงลงมาใหม่ ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 4 “คลึงข้อเท้า”

ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกข้อเท้า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย หรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้นิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยทั้งสองมือวางไว้ใต้ตาตุ่มเท้าขวาของผู้ถูกนวด ให้มือซ้ายอยู่ที่ตาตุ่มด้านนอก มือขวาอยู่ตาตุ่มด้านใน โดยคลึงรอบ ๆ ตาตุ่มให้ออกแรงคลึงสม่ำเสมอ คลึงสักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 5 “บิดเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท้า ลดอาการปวดตึงเอ็นร้อยหวาย
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย หรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้มือจับที่เท้าขวาของผู้ถูกนวดหมุนข้อเท้าออก ใช้มือซ้ายอ้อมส้นเท้ามาจับที่เอ็นร้อยหวาย มือขวาจับเอ็นร้อยหวายข้างฝ่าเท้า ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดลง นิ้วหัวแม่มือขวาดันขึ้น ดันขึ้นลง แล้วเลื่อนมือบิดไปตลอดแนวของเส้นเอ็น ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 6 “ดึงเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเท้าและฝ่าเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกเท้าหรือเป็นตะคริว
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่เท้าขวาของผู้ถูกนวด โดยให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างอยู่บนหลังเท้าและนิ้วที่เหลือจับที่ฝ่าเท้า ออกแรงดึงและใช้โคนนิ้วหัวแม่มือทั้งสองกดน้ำหนักลง ส่วนนิ้วที่เหลือที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าออกแรงดึงให้ฝ่าเท้าห่อเข้าหากัน แล้วคลายออก ทำสลับไปมาสักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 7 “ดึงนิ้วเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยนิ้วเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกนิ้วเท้าหรือนิ้วเท้าติดขัด
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่เท้าขวาของผู้ถูกนวดไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว ใช้นิ้วขวาคลึงแล้วดึงนิ้วเท้าทีละนิ้ว เริ่มจากนิ้วหัวแม่เท้าไล่มาจนครบ โดยคลึงนิ้วเท้าจากโคนนิ้วถึงเล็บเท้าแล้วออกแรงดึงให้เต็มที่ มือซ้ายจะจับยึดเท้าให้แน่นแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

หมายเหตุ- ท่าที่ 1-7 ให้เริ่มต้นนวดที่เท้าข้างขวาของผู้ถูกนวดก่อน นวดจนครบทุกท่าแล้วจึงเริ่มต้นท่าที่ 1 ใหม่ที่เท้าข้างซ้ายของผู้ถูกนวดต่อไป และควรล้างเท้า เล็บ ให้สะอาดก่อนการนวดเท้า

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 8 “กดนิ้วเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการเดินหรือวิ่ง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้มือจับเท้าขวาของผู้ถูกนวดวางซ้อนทับเท้าซ้ายโดยให้ปลายนิ้วซ้อนกัน ผู้นวดใช้มือทั้งสองวางคว่ำลงซ้อนกัน แล้วออกแรงกดที่ปลายเท้าและนิ้วเท้าของผู้ถูกนวด แขนเหยียดตรง กดน้ำหนักลงที่มือทั้งสองข้าง โดยเริ่มจากเบา ๆ แล้วจึงค่อยเพิ่มน้ำหนัก กดแล้วคลาย ทำสักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเท้าซ้ายวางทับเท้าขวา แล้วทำตามขั้นตอนดังกล่าว จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 9 “ดัดนิ้วเท้า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเท้า ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการเดินหรือวิ่ง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้มือขวาจับนิ้วเท้าทั้งห้าของผู้ถูกนวดเท้าขวา และใช้มือซ้ายจับนิ้วเท้าทั้งห้าของผู้ถูกนวดเท้าซ้าย แล้วออกแรงกดที่โคนนิ้วเท้าของผู้ถูกนวดพร้อมดัดนิ้วเท้าให้เอนไปจนสุดโดยให้นิ้วเท้าตึง โดยใช้สันมือกดเท้า ให้แขนเหยียดตรง กดน้ำหนักลงที่สันมือทั้งสองข้าง โดยเริ่มจากเบา ๆ แล้วจึงค่อยเพิ่มน้ำหนัก กดแล้วคลาย ทำสักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 10 “สับขาส่วนล่าง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขาส่วนล่าง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบายหรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางไว้ที่ใต้เข่าขวาของผู้ถูกนวด โดยให้มือทั้งสองข้างตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนสันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือที่ละข้างสลับไปมา เริ่มจากใต้หัวเข่าขวาด้านในไล่ลงมาจนถึงข้อเท้า ให้สับขวางกล้ามเนื้อขา ทำสลับไปมาจากใต้หัวเข่าขวาด้านในไล่ลงมาจนถึงข้อเท้าแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 11 “สับขาส่วนบน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อขาส่วนบน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบายหรืออาจจะใช้หมอนรองใต้หัวเข่าเพิ่มก็ได้ ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางไว้ที่ใต้เข่าขวาของผู้ถูกนวด โดยให้มือทั้งสองข้างตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบนสันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือที่ละข้างสลับไปมา เริ่มจากโคนขาขวาด้านในไล่ลงมาจนถึงเหนือเข่า ให้สับขวางกล้ามเนื้อขา ทำสลับไปมาจากโคนขาขวาด้านในไล่ลงมาจนถึงเหนือเข่าแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 12 “คลึงขาส่วนล่าง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อน่องและขาส่วนล่าง
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างวางลงบนกล้ามเนื้อขาด้านในต่ำลงมาจากหัวเข่า โดยออกแรงคลึงที่นิ้วหัวแม่มือเป็นรูปก้นหอยลงมาตามแนวกล้ามเนื้อลงมาจนถึงข้อเท้า ทำสลับไปมาจากใต้หัวเข่าขวาด้านในไล่ลงมาจนถึงข้อเท้าแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 13 “คลึงหัวเข่า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยเข่า ลดอาการเคล็ดขัดยอกเข่า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ เหยียดขาตรงปล่อยขาตามสบาย ผู้นวดใช้ปลายนิ้วทั้งสี่ วางมือทั้งสองข้างที่บริเวณหัวเข่าขวาของผู้ถูกนวด ใช้ปลายนิ้วทั้งสี่คลึงรอบ ๆ กระดูกสะบ้าโดยให้หมุนเป็นวงกลมรอบ ๆ หมุนโดยไม่ต้องยกนิ้วขึ้นระหว่างการนวด ทำสักครู่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 14 “คลึงต้นขา”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นขา ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณต้นขาได้ดี
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ งอเข่าข้างขวาขึ้น ผู้นวดใช้มือขวาจับที่หัวเข่าข้างขวาของผู้ถูกนวด ใช้มือซ้ายคลึงกล้ามเนื้อด้านนอกจากบริเวณใต้สะโพกไล่ลงมาจนถึงด้านข้างเข่าขวา ออกแรงคลึงมาก ๆ หนัก ๆ เพราะกล้ามเนื้อส่วนนี้จะเชื่อมต่อกับเส้นเอ็นที่เหนียวมาก คลึงสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 15 “บิดต้นขาด้านใน”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นขา
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ งอขาเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างบีบกล้ามเนื้อขาด้านในข้างขวาของผู้ถูกนวด โดยวางมือให้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองหันเข้าหากันและใช้แรงดันให้หัวเข่าเอียงไปทางด้านขวาเล็กน้อย บิดและยกกล้ามเนื้อขึ้น โดยบิดขึ้นบิดลงทำสลับไปมาไล่จากเหนือเข่าด้านในจนถึงโคนขาด้านใน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “นวดขาและเท้า” ท่าที่ 16 “บิดต้นขาด้านนอก”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นขา
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ งอขาเล็กน้อย ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างบีบกล้ามเนื้อขาด้านน

Read More
วิธีการนวดคอ

10 ท่านวดคอขั้นพื้นฐาน

10 ท่านวดคอขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ท่าบีบต้นคอ ท่ากดท้ายทอย ท่ากดต้นคอ ท่าคลึงต้นคอและบ่า ท่ากดคอ ท่าบีบไหล่และคอ ท่าสับต้นคอ ท่าบิดคอ ท่าบีบและยกคอและท่าลูบคอ

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน
“นวดคอ”

เรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างง่ายดายด้วย 10 ท่านวดคอขั้นพื้นฐาน ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน บรรเทาอาการปวดศีรษะ กระตุ้นการไหลเวียนของโหลิต ปรับสมดุลของฮอร์โมน กระตุ้นให้ระบบต่างๆ ทำงานได้อย่่างมีประสิทธิภาพและผ่อนคลายจากความเครียด

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 1 “บีบต้นคอ”

ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ใช้มือซ้ายจับที่หัวไหล่ยึดไว้ แล้วใช้มือขวาวางที่ท้ายทอย บีบกล้ามเนื้อที่ท้ายทอยไล่ลงมาจนถึงต้นคอ โดยกดน้ำหนักทุกนิ้ว

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 2 “กดท้ายทอย”

ช่วยลดอาการปวดศีรษะและปวดต้นคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ใช้มือซ้ายจับที่ขมับทั้งสองข้าง โดยอ้อมมือไปทางด้านหน้า แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือขวาและนิ้วชี้ทำเป็นรูปตัววี (V) แล้วกดตรงที่เป็นรอยบุ๋มตรงกลางระหว่างท้ายทอยกับกระดูกคอชิ้นที่หนึ่ง ออกแรงกดทั้งนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 3 “กดต้นคอ”

ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอและลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ใช้มือทั้งสองจับที่คอของผู้ถูกนวด โดยนิ้วหัวแม่มือกดที่กล้ามเนื้อข้าง ๆ แนวกระดูกสันหลังให้ต่ำจากต้นคอลงมาประมาณ 1 นิ้ว ส่วนนิ้วมือที่เหลือให้จับด้านตรงข้ามในตำแหน่งเดียวกัน ออกแรงกดลงที่นิ้วหัวแม่มือและนิ้วทั้งสี่

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 4 “คลึงต้นคอและบ่า”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอและบ่า
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ให้ทำมือเป็นรูปตัวซี (C) โดยให้หลังมือและเนินมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด มืออีกข้างหนึ่งให้จับไหล่ของผู้ถูกนวดเอาไว้ กลึ้งและคลึงมือรูปตัวซี ไปตรงบริเวณต้นคอและไล่มาจนถึงข่วงไหล่ ออกแรงโดยการเกร็งข้อมือที่ใช้นวด
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 5 “กดคอ”

ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือกดที่กล้ามเนื้อตรงบริเวณท้ายทอยทั้งสองข้าง ส่วนนิ้วทั้งสี่ที่เหลือวางแนบกับศีรษะ ออกแรงกดลงที่นิ้วหัวแม่มือ ส่วนนิ้วทั้งสี่ใช้ประคองศีรษะไม่ให้เคลื่อนไหว

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 6 “บีบไหล่และคอ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไหล่และคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกบริเวณไหล่และคอ
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านหลังของผู้ถูกนวด ให้วางมือทั้งสองข้างลงที่ต้นคอของผู้ถูกนวด บีบกล้ามเนื้อที่ต้นคอไล่ลงมาที่บ่าจนมาถึงไหล่ โดยกดน้ำหนักลงทุกนิ้ว

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 7 “สับต้นคอ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนแบนวางสอดใต้ลำตัวช่วงท้อง ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางที่ต้นคอ ให้มือทั้งสองตั้งขึ้น นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านบน สันมือด้านนิ้วก้อยสัมผัสกับส่วนที่นวด สับมือจากต้นคอมาจนถึงท้ายทอย โดยสับขวางแนวกระดูกสันหลัง

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 8 “บิดคอ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนแบนวางสอดใต้ลำตัวช่วงท้อง ผู้นวดกางนิ้วมือออกให้เป็นรูปตัววี (V) ใช้มือบีบกล้ามเนื้อคอขึ้นมาแล้วบิดกล้ามเนื้อไปมาโดยออกแรงทุกนิ้ว

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 9 “บีบและยกคอ”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกจากการนอนตกหมอน
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนแบนวางสอดใต้ลำตัวช่วงท้อง ผู้นวดกางนิ้วมือออกให้เป็นรูปตัววี (V) ใช้มือบีบกล้ามเนื้อคอขึ้นมา โดยเริ่มจากท้ายทอยไล่มาจนถึงบ่า โดยบีบแล้วคลายทำสลับไปมา แล้วเริ่มต้นที่ท้ายทอยใหม่

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดคอ ท่าที่ 10 “ลูบคอ”
ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอ ลดอาการเคล็ดขัดยอกที่คอและหัวไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนอนคว่ำราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนแบนวางสอดใต้ลำตัวช่วงหน้าอก ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางที่ท้ายทอย แล้วลูบหนัก ๆ จากท้ายทอยลงมาที่ด้านข้างลำคอ ให้มาสิ้นสุดที่หัวไหล่ โดยกดน้ำหนักลงที่มือทั้งสองข้าง

Read More
วิธีการนวดไหล่

14 ท่านวดไหล่ขั้นพื้นฐาน

14 ท่านวดไหล่ขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ท่าหมุนไหล่ ท่ากดไหล่ด้านหลัง ท่าดันไหล่ ท่าคลึงบ่า ไหล่และต้นแขน ท่าลูบบ่าและไหล่ ท่าบีบไหล่ ท่าตีไหล่ ท่ากดบ่าด้านหลัง ท่ากดสะบัก ท่าบีบและยกไหล่ ท่าบิดไหล่ ท่าคลึงไหล่และท่าลูบไหล่

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน
“นวดไหล่”

เรียนรู้และฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างง่ายดายด้วย 14 ท่านวดไหล่ขั้นพื้นฐาน ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบ่า ไหล่และต้นแขน ลดอาการเคล็ดขัดยอก กระตุ้นการไหลเวียนของโหลิต ปรับสมดุลของฮอร์โมน กระตุ้นให้ระบบต่างๆ ทำงานดีขึ้น ช่วยผ่อนคลายความเครียดและเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดไหล่ ท่าที่ 1 “หมุนไหล่”
ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกกล้ามเนื้อไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่บ่าขวาของผู้ถูกนวด มือขวาจับที่ต้นแขนเหนือข้อศอก ให้แขนส่วนล่างวางพักบนแขนผู้นวด จับแขนผู้ถูกนวดหมุนเป็นวงกลม โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา และหมุนทวนเข็มนาฬิกา โดยเริ่มหมุนวงแคบ ๆ ก่อน แล้วจึงค่อยขยายวงใหญ่ขึ้น ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดไหล่ ท่าที่ 2 “กดไหล่ด้านหลัง”

ช่วยลดอาการปวดเมื่อยแขนและไหล่ ลดอาการเคล็ดขัดยอกไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้ถูกนวดกางแขนให้เป็นมุมฉากขนานกับลำตัว ผู้นวดใช้มือขวาจับต้นแขนขวาผู้ถูกนวดไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดลงที่ไหล่ด้านหลัง ตรงข้อไหล่ด้านหลังของกระดูกปลายบ่า โดยเริ่มกดเบา ๆ กดแล้วคลาย แล้วจึงค่อยเพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดไหล่ ท่าที่ 3 “กดไหล่”
ช่วยลดอาการปวดเมื่อยแขนและไหล่ ลดอาการเคล็ดขัดยอกไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้ถูกนวดกางแขนให้เป็นมุมฉากขนานกับลำตัว ผู้นวดใช้มือขวาจับต้นแขนขวาผู้ถูกนวดไว้ ใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ายกดลงที่ไหล่ ตรงร่องระหว่างกึ่งกลางปลายบ่ากับปุ่มกระดูกต้นแขน โดยเริ่มกดเบา ๆ กดแล้วคลาย แล้วจึงค่อยเพิ่มแรงกด ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน-นวดไหล่ ท่าที่ 4 “ดันไหล่”
ช่วยลดอาการเคล็ดขัดยอกกล้ามเนื้อต้นแขนและไหล่
• วิธีการนวด ให้ผู้ถูกนวดนั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ ผู้นวดยืนด้านข้างของผู้ถูกนวด ผู้นวดประสานมือเข้าหากัน แล้ววางลงบนไหล่ขวาของผู้ถูกนวด บีบมือเข้าหากันแล้วใช้สันมือดันกล้ามเนื้อไหล่ขึ้น เลื่อนมือบีบไล่จากไหล่จนถึงต้นแขน ทำสลับไปมาแล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่าต่อไป

Read More
วิธีการนวดหน้า

การนวดหน้า 12 ท่าขั้นพื้นฐาน

การนวดเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ศึกษาและเรียนรู้ได้ไม่ยาก สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง ขอแนะนำ 12 ท่านวดหน้าขั้นพื้นฐาน เพื่อสุขภาพและความงามที่ดี ประโยชน์ที่ได้รับจากการนวดหน้าขั้นพื้นฐาน ช่วยผ่อนคลายความเครียดอย่างล้ำลึก ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส ช่วยกระชับกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดี ดวงตาสดใสเปล่งประกาย…

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 1 “การเคาะแก้ม”
• วิธีการนวดหน้า:- ให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบกับพื้นหรือที่นอน ใช้หมอนหนุนรองศีรษะ หรือให้ผู้ถูกนวดนอนหงายราบหนุนตักผู้นวดโดยใช้หมอนหนุนรองศีรษะไว้ ผู้ถูกนวดนอนหลับตาและปล่อยตัวตามสบาย ควรล้างหน้าหรือเช็ดหน้าให้สะอาดก่อนเริ่มต้นการนวดหน้า ผู้นวดใช้นิ้วมือทั้งสี่ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ วางไว้บนคางของผู้ถูกนวด ใช้นิ้วเคาะคาง เคาะนิ้วทั้งสี่สลับกันไป ไล่ขึ้นมาผ่านแก้มจนถึงข้างหู จังหวะการเคาะเหมือนกับการเคาะแป้นพิมพ์ดีด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นแก้มข้างใหม่ ทำซ้ำ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 2 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 2 “การลูบข้างแก้ม”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างวางบนข้างแก้ม แล้วใช้มือลูบข้างแก้มจนถึงใบหู ทั้งสองข้างของผู้ถูกนวด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 3 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 3 “การเคาะหน้าผาก”
• วิธีการนวดหน้า:- ให้ผู้นวดใช้นิ้วมือทั้งสี่ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ วางบนกลางหน้าผาก ใช้นิ้วเคาะหน้าผาก เคาะนิ้วทั้งสี่สลับกันไป ไล่ตั้งแต่หน้าผากมาจึงถึงขมับและข้างแก้มทั้งสองข้าง จังหวะการเคาะเหมือนกับการเคาะแป้นพิมพ์ดีด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 4 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 4 “การลูบหน้าผาก”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่ขมับซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้มือขวาวางกึ่งกลางหน้าผาก ลูบจากกึ่งกลางหน้าผากลงมาที่ขมับขวา โดยค่อย ๆ ลูบหน้าผากแล้วเพิ่มแรงกดที่ขมับขวา ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนมาทำด้านขมับซ้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 5 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 5 “การลูบขมับ”
• วิธีการนวดหน้า:- ให้ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่ขมับซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้มือขวาวางที่ขมับขวา ลูบจากขมับขวาลงมาจนถึงใบหูขวา โดยค่อย ๆ ลูบแล้วเพิ่มแรงกด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนมาทำด้านขมับซ้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 6 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 6 “การลูบคางและลูบหน้า”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่แก้มซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้มือขวาลูบจากคางขึ้นมาจนถึงบริเวณแก้มขวา โดยค่อย ๆ ลูบ แล้วค่อยๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนมาทำด้านแก้มซ้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 7 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 7 “การลูบแก้ม”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือทั้งสองข้างจับที่แก้มของผู้ถูกนวด ใช้มือลูบจากคางขึ้นมาจนถึงบริเวณแก้ม จากนั้นเปลี่ยนทิศทางโดยลูบจากข้างจมูกออกไปทางใบหู โดยค่อย ๆ ลูบ แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มแรงกด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 8 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 8 “การคลึงคางและคลึงแก้ม”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดวางนิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยของมือทั้งสองข้าง จับที่คางของผู้ถูกนวด แล้วคลึงขึ้นมาจากคางจนถึงข้างแก้ม โดยขณะที่คลึงให้หมุนนิ้วเป็นรูปก้นหอย จากนั้นเปลี่ยนทิศทางโดยคลึงจากข้างจมูกออกไปทางใบหู โดยค่อย ๆ คลึง แล้วจึงเพิ่มแรงกด ทำสลับไปมา แล้วจึงเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 9 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 9 “การคลึงหน้า”
• วิธีการนวดหน้า:- ให้ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่แก้มซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้นิ้วกลาง นิ้วนางและนิ้วก้อยของมือขวา วางไว้บนหน้าผากของผู้ถูกนวด แล้วใช้นิ้วคลึงจากหน้าผาก ผ่านขมับ หางตา จนมาถึงใบหู ข้างแก้มขวา ของผู้ถูกนวด โดยขณะที่คลึงให้หมุนนิ้วเป็นรูปก้นหอย ให้ค่อย ๆ คลึง แล้วจึงเพิ่มแรงกด ทำสลับไปมา แล้วเปลี่ยนมาทำด้านแก้มซ้าย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 10 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณใบหน้าได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใส

 

วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 10 “การคลึงขอบตาล่าง”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่แก้มซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้นิ้วกลางมือขวาวางที่ขอบตาล่างด้านขวาของผู้ถูกนวด แล้วคลึงเบา ๆ ออกแรงเพียงเล็กน้อย โดยขณะที่คลึงให้หมุนนิ้วเป็นรูปก้นหอย คลึงนิ้วมาจนถึงหางตา ทำสลับไปมา แล้วเปลี่ยนมาทำด้านขอบตาล่างด้านซ้าย ของผู้ถูกนวด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 11 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อตาและหนังตา ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณดวงตาได้ดี ดวงตาสดใสเปล่งประกาย
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 11 “การคลึงขอบตาบน”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้มือซ้ายจับที่แก้มซ้ายของผู้ถูกนวด ใช้นิ้วกลางมือขวาวางที่ขอบตาบนบริเวณหนังตาด้านขวาของผู้ถูกนวด แล้วคลึงเบา ๆ ออกแรงเพียงเล็กน้อย โดยขณะที่คลึงให้หมุนนิ้วเป็นรูปก้นหอย คลึงนิ้วมาจนถึงหางตา ทำสลับไปมา แล้วเปลี่ยนมาทำด้านขอบตาบนด้านซ้ายของผู้ถูกนวด ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 12 ต่อไป
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยกระชับกล้ามเนื้อบริเวณตาและหนังตา ช่วยให้โลหิตไหลเวียนบริเวณดวงตาได้ดี ดวงตาสดใสเปล่งประกาย
วิธีการนวดแผนโบราณขั้นพื้นฐาน “วิธีการนวดหน้า”
ท่านวดหน้าขั้นตอนที่ 12 “การกดขมับ”
• วิธีการนวดหน้า:- ผู้นวดใช้นิ้วชี้และนิ้วนางวางไว้ที่หัวคิ้วทั้งสองข้างของผู้ถูกนวด สันมือทั้งสองข้างวางที่ขมับ ให้ออกแรงกด จากหัวคิ้ว ไล่ไปทางขมับทั้งสองข้าง โดยใช้แรงกดลงที่นิ้วชี้และนิ้วกลาง ส่วนนิ้วอื่น ๆ ที่เหลือให้ประคองศีรษะไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว
• ประโยชน์ที่ได้รับ:- ช่วยลดอาการปวดศีรษะและบริเวณขอบตา

หมายเหตุ- คำแนะนำสำหรับผู้นวด ไม่ควรไว้เล็บยาว ควรแต่งเล็บให้เรียบมนและควรล้างมือให้สะอาดก่อนทำการนวดหน้า

การนวดเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ศึกษาและเรียนรู้ได้ไม่ยาก หากรู้จังหวะการลงน้ำหนัก รู้เทคนิคการกด ลูบ บีบและคลึง รู้ตำแหน่งจุดต่างๆ ทั่วใบหน้า เพียงเท่านี้ก็สามารถทำการนวดหน้าได้อย่างถูกวิธี…

Read More